M
MakeABill โปรแกรมสร้างใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี และเครื่องมือ PDF ฟรี
หน้าหลัก > คลังความรู้ > ใบแจ้งหนี้ คืออะไร?
การเงินและบัญชี (Accounting)

ใบแจ้งหนี้ คืออะไร? วิธีการออกบิลและข้อแตกต่างจากเอกสารอื่น

✍️ ทีมงานวิชาการบัญชี MakeABill 📅 อัปเดตล่าสุด: 2026-08-01 ⏱️ ระยะเวลาอ่าน 4 นาที
ใบแจ้งหนี้ คืออะไร? วิธีการออกบิลและข้อแตกต่างจากเอกสารอื่น

สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  • ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คือเอกสารเรียกเก็บเงินที่ผู้ขายออกให้ผู้ซื้อหลังจากส่งมอบสินค้าหรือบริการแล้ว
  • ระบุยอดเงินที่ต้องชำระ กำหนดวันชำระเงิน (Due Date) และรายละเอียดช่องทางการโอนเงิน
  • ธุรกิจทั่วไปทั้งที่จด VAT และไม่จด VAT สามารถออกใบแจ้งหนี้ได้ตามปกติ
  • ช่วยให้อีกฝ่ายนำไปบันทึกตั้งหนี้ในระบบบัญชีได้อย่างถูกต้อง
เครื่องมือออกเอกสารออนไลน์ฟรี

สร้างใบแจ้งหนี้ คุณภาพสูงได้ทันที

คำนวณ VAT 7% และบาทถ้วนให้อัตโนมัติ ดาวน์โหลดเป็น PDF ไซส์ A4 ทันที

สร้างใบแจ้งหนี้ออนไลน์ ฟรี →

1. ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร?

ใบแจ้งหนี้ หรือ Invoice (ย่อว่า INV) คือ เอกสารทางการเงินที่ผู้ขายหรือผู้ให้บริการส่งให้แก่ผู้ซื้อ เพื่อแจ้งให้ทราบถึงยอดเงินค่าสินค้าหรือบริการที่ต้องชำระ หลังจากที่ได้มีการส่งมอบสินค้าหรือให้บริการเรียบร้อยแล้ว

ใบแจ้งหนี้เป็นเอกสารสำคัญทางบัญชีฝั่งรายรับของผู้ขาย และฝั่งรายจ่ายของผู้ซื้อ ใช้เป็นหลักฐานแสดงภาระผูกพันในการชำระหนี้ตามระยะเวลา credit term ที่ตกลงกันไว้

2. เปรียบเทียบ: ใบแจ้งหนี้ vs ใบวางบิล vs ใบกำกับภาษี

หลายท่านสับสนระหว่าง 3 เอกสารนี้ ลองมาดูความแตกต่างที่ชัดเจนดังนี้:

  • ใบแจ้งหนี้ (Invoice): เอกสารแจ้งยอดเงินค่าสินค้า/บริการที่ต้องชำระในแต่ละครั้ง
  • ใบวางบิล (Billing Note): เอกสารรวบรวมใบแจ้งหนี้หลายๆ ฉบับส่งให้นัดจ่ายเงินตามรอบ
  • ใบกำกับภาษี (Tax Invoice): เอกสารทางภาษีที่ออกโดยผู้จด VAT เมื่อเกิดจุดภาษีมูลค่าเพิ่ม (Tax Point)

💡 เทคนิคประหยัดเวลา:

สำหรับธุรกิจจด VAT ท่านสามารถออกเอกสารควบเป็น "ใบแจ้งหนี้ / ใบกำกับภาษี" (Invoice / Tax Invoice) ในฉบับเดียวกันได้ หากส่งมอบสินค้าและเกิดจุดรับชำระเงินในคราวเดียวกัน

3. การกำหนดเงื่อนไขการชำระเงิน (Credit Term) ในใบแจ้งหนี้

ในใบแจ้งหนี้ควรระบุวันครบกำหนดชำระเงิน (Due Date) ให้ชัดเจนเสมอ เช่น:

• Cash on Delivery (COD): ชำระเงินทันทีเมื่อได้รับสินค้า

• Net 15 / Net 30 / Net 60: ให้ระยะเวลาเครดิตชำระเงินภายใน 15 วัน, 30 วัน หรือ 60 วัน นับจากวันที่ออกเอกสาร

การระบุ Due Date ชัดเจนช่วยให้ฝั่งผู้ซื้อวางแผนจ่ายเงินได้ตรงเวลา และช่วยให้คุณติดตามหนี้ได้ง่ายขึ้นเมื่อล่วงเลยกำหนด

📋 องค์ประกอบสำคัญที่ต้องระบุในใบแจ้งหนี้ (Invoice Checklist)

  • ชื่อหัวเอกสารระบุ "ใบแจ้งหนี้ / INVOICE"
  • ชื่อ-ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักของผู้ขาย
  • ชื่อ-ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ซื้อ/ลูกค้า
  • เลขที่ใบแจ้งหนี้ (Invoice No.) และ วันที่ออกใบแจ้งหนี้
  • วันครบกำหนดชำระเงิน (Due Date)
  • รายละเอียดสินค้า/บริการ จำนวน ราคาต่อหน่วย ราคารวม
  • ยอดรวมเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% (ถ้ามี) และ ยอดเงินสุทธิ
  • ข้อมูลช่องทางการชำระเงิน (เลขบัญชีธนาคาร / QR Code พร้อมเพย์)

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: ไม่ได้จด VAT สามารถออกใบแจ้งหนี้ได้หรือไม่?

A: ออกได้แน่นอนครับ การออกใบแจ้งหนี้เป็นเรื่องของสัญญาซื้อขายและการเรียกชำระเงิน ไม่จำเป็นต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม เพียงแต่ในใบแจ้งหนี้จะไม่มีการคิด VAT 7%

Q: ใบแจ้งหนี้ต้องเซ็นชื่อหรือไม่?

A: ควรมีลายมือชื่อของผู้มีอำนาจหรือผู้ออกเอกสารฝั่งผู้ขายเพื่อยืนยันความถูกต้อง และในบางกรณีฝั่งผู้ซื้อจะเซ็นชื่อรับใบแจ้งหนี้ไว้เป็นหลักฐาน

สร้างเอกสารธุรกิจแบบมืออาชีพได้ทันที

ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก คำนวณภาษี 7% และบาทถ้วนให้อัตโนมัติ

สร้างใบแจ้งหนี้ออนไลน์ ฟรี →

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

เอกสารการขาย (Sales)

ใบเสนอราคา คืออะไร?

เจาะลึก ใบเสนอราคา (Quotation) คืออะไร? สรุปองค์ประกอบสำคัญที่ต้องมี ข้อแตกต่างจากใบแจ้งหนี้ ตัวอย่างแบบฟอร์ม และเทคนิคการออกใบเสนอราคาให้ปิดการขายได้เร็วขึ้น

อ่านต่อ →
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ คืออะไร?

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร คืออะไร? 8 รายการบังคับที่ต้องมี ข้อแตกต่างจากใบกำกับภาษีอย่างย่อ และบทลงโทษทางกฎหมายหากทำผิดพลาด

อ่านต่อ →
เอกสารการเงิน (Payment)

ใบเสร็จรับเงิน คืออะไร?

ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) คืออะไร? สรุปวิธีการออกใบเสร็จรับเงินเมื่อได้รับชำระเงิน ข้อแตกต่างระหว่างใบเสร็จรับเงินกับใบกำกับภาษี และการติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย

อ่านต่อ →