M
MakeABill โปรแกรมสร้างใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี และเครื่องมือ PDF ฟรี
หน้าหลัก > คลังความรู้ > ภาษีเงินได้ vs ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต่างกันยังไง?
กฎหมายและบัญชี (Legal & Accounting)

ทำความเข้าใจ ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ต่างกันยังไง แล้วเราต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? ฉบับเข้าใจง่าย

✍️ ทีมงานวิชาการ MakeABill 📅 อัปเดตล่าสุด: 2026-08-09 ⏱️ ระยะเวลาอ่าน 8 นาที
ทำความเข้าใจ ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ต่างกันยังไง แล้วเราต้องเสียภาษีอะไรบ้าง? ฉบับเข้าใจง่าย

สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  • ภาษีเงินได้และ VAT ไม่ใช่ภาษีเดียวกัน: ภาษีเงินได้คิดจากเงินได้สุทธิ/กำไร ส่วน VAT คิดจากการขายสินค้าและการให้บริการ
  • เกณฑ์รายได้ 1.8 ล้านบาทต่อปี เป็นเกณฑ์บังคับจดทะเบียน VAT ไม่ใช่เกณฑ์ยกเว้นภาษีเงินได้
  • รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาทก็ยังคงมีหน้าที่ต้องยื่นและเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหากมีเงินได้เกินเกณฑ์ที่สรรพากรกำหนด
  • การจด VAT ไม่ได้ทำให้ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ ผู้ประกอบการสามารถมีหน้าที่เสียภาษีทั้งสองประเภทพร้อมกัน
เครื่องมือออกเอกสารออนไลน์ฟรี

สร้างภาษีเงินได้ vs ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต่างกันยังไง? คุณภาพสูงได้ทันที

คำนวณ VAT 7% และบาทถ้วนให้อัตโนมัติ ดาวน์โหลดเป็น PDF ไซส์ A4 ทันที

สร้างใบเสร็จรับเงิน & เอกสารใบกำกับภาษีฟรี 100% →

ทำความเข้าใจ ภาษีเงินได้และภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT ต่างกันยังไง แล้วเราต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

สำหรับคนที่เริ่มขายของออนไลน์ ทำธุรกิจ เป็นฟรีแลนซ์ หรือเริ่มมีรายได้จากการประกอบอาชีพ คำถามที่มักเกิดขึ้นคือ “เราต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?” และ “ภาษีเงินได้กับ VAT คือภาษีเดียวกันหรือไม่?”

คำตอบคือ ไม่ใช่ภาษีเดียวกัน และผู้ประกอบการบางรายอาจมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับทั้งภาษีเงินได้ และภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) พร้อมกันได้

บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า ภาษีเงินได้คืออะไร, VAT คืออะไร, ต่างกันอย่างไร, รายได้เท่าไหร่ต้องจด VAT และคนขายของออนไลน์หรือฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง

💡 สรุปสั้น ๆ

ภาษีเงินได้คิดจาก “รายได้หรือกำไรตามหลักเกณฑ์ภาษี” ของผู้มีเงินได้ ส่วน VAT เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและการให้บริการ โดยผู้ประกอบการที่เข้าเกณฑ์ต้องเรียกเก็บ VAT จากลูกค้าและนำส่งกรมสรรพากร

ภาษีเงินได้คืออะไร?

ภาษีเงินได้ คือภาษีที่เรียกเก็บจากผู้ที่มีเงินได้ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด โดยมีทั้ง ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ ภาษีเงินได้นิติบุคคล

กรมสรรพากรระบุว่า ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นภาษีที่จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปหรือหน่วยภาษีที่กฎหมายกำหนด เมื่อมีเงินได้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด โดยทั่วไปจะยื่นแบบประจำปี (ภ.ง.ด.90/91) และบางกรณีต้องยื่นแบบครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ด้วย

ตัวอย่างคนที่อาจมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้:

  • พนักงานประจำที่มีเงินเดือน
  • ฟรีแลนซ์ และผู้ประกอบอาชีพอิสระ
  • เจ้าของร้านค้า พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์
  • ผู้ให้บริการต่าง ๆ และเจ้าของกิจการรูปแบบบุคคลธรรมดา
  • บริษัท หรือ ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

ภาษีมูลค่าเพิ่ม VAT คืออะไร?

VAT (Value Added Tax) หรือภาษีมูลค่าเพิ่ม เป็นภาษีที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้า การให้บริการ และการนำเข้าสินค้า ตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม

สำหรับผู้ประกอบการที่จดทะเบียน VAT ผู้ประกอบการจะเรียกเก็บ VAT จากลูกค้าเป็น ภาษีขาย และสามารถนำ VAT ที่จ่ายให้ผู้ประกอบการรายอื่น ซึ่งเข้าเกณฑ์เป็น ภาษีซื้อ มาหักตามหลักเกณฑ์ได้

โดยหลักการคำนวณคือ:

💡 สูตรคำนวณ VAT ชำระจริง

ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องชำระ = ภาษีขาย - ภาษีซื้อ (ปัจจุบันใช้อัตราทั่วไปที่ 7%)

ภาษีเงินได้กับ VAT ต่างกันอย่างไร?

จุดที่ทำให้หลายคนสับสนคือ ทั้งสองอย่างเกี่ยวข้องกับ “เงิน” และ “ธุรกิจ” เหมือนกัน แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนละภาษีและมีวิธีคำนวณแตกต่างกัน

  • ภาษีเงินได้: คิดจากเงินได้สุทธิ หรือ กำไรสุทธิของผู้ประกอบการ ยิ่งมีกำไรสุทธิมากยิ่งเสียภาษีสูงขึ้นตามอัตราขั้นบันได
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): คิดจากมูลค่าส่วนเพิ่มของสินค้า/บริการ (7%) โดยจัดเก็บในทุกขั้นตอนการผลิตและการจำหน่าย
  • ฐานภาษี: ภาษีเงินได้ดูที่ “เงินได้/กำไร” ส่วน VAT ดูที่ “มูลค่าขายสินค้า/บริการ”
  • หน้าที่ผู้เสียภาษี: ภาษีเงินได้ผู้มีเงินได้เป็นผู้จ่าย ส่วน VAT ร้านค้าเรียกเก็บจากลูกค้าแล้วนำส่งสรรพากร

💡 ข้อควรจำสำคัญ

“เสีย VAT แล้ว” ไม่ได้แปลว่า “ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้” และในทางกลับกัน “การเสียภาษีเงินได้ก็ไม่ได้แปลว่าจะต้องจด VAT เสมอไป”

รายได้เท่าไหร่ต้องจด VAT?

โดยทั่วไป ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการและมีรายรับจากกิจการ เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี จะเข้าหลักเกณฑ์ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หากกิจการนั้นไม่ได้อยู่ในประเภทที่กฎหมายยกเว้น VAT

เมื่อมีหน้าที่ต้องจดทะเบียน VAT ผู้ประกอบการต้องดำเนินการจดทะเบียนภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาท

ตัวอย่างเปรียบเทียบ:

  • ร้าน A ยอดขายทั้งปี 1,500,000 บาท → ยังไม่เกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท จึงยังไม่บังคับจด VAT
  • ร้าน B ยอดขายทั้งปี 2,000,000 บาท → เกินเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท ต้องพิจารณาหน้าที่จดทะเบียน VAT ตามกฎหมาย

💡 ข้อเข้าใจผิดที่พบบ่อย

เกณฑ์ 1.8 ล้านบาทเป็นเกณฑ์เกี่ยวกับ VAT เท่านั้น ไม่ใช่เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินว่า “ต้องเสียภาษีเงินได้หรือไม่”

ถ้ารายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ต้องเสียภาษีไหม?

ยังอาจต้องเสียภาษีเงินได้!

เพราะเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท เป็นเรื่องของ VAT ไม่ใช่เกณฑ์ยกเว้นภาษีเงินได้

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าคุณขายสินค้าในรูปแบบบุคคลธรรมดาและมีรายได้ 800,000 บาทต่อปี คุณอาจยังไม่ถึงเกณฑ์บังคับจด VAT แต่ยังต้องนำเงินได้ไปพิจายื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ถ้าจด VAT แล้ว ต้องเสียภาษีเงินได้อีกไหม?

โดยทั่วไปยังต้องเสียภาษีเงินได้ตามสถานะของผู้ประกอบการ

การจด VATไม่ได้เข้ามาแทนที่ภาษีเงินได้ ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจในรูปแบบบุคคลธรรมดา และธุรกิจมีรายรับเกินเกณฑ์จนต้องจด VAT คุณจะมีหน้าที่ทั้ง 1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และ 2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) พร้อมกัน

VAT 7% คือใครเป็นคนจ่าย?

ในทางปฏิบัติ ผู้ประกอบการจด VAT จะเรียกเก็บ VAT จากลูกค้า

ตัวอย่างเช่น สินค้าราคา 1,000 บาท + VAT 7% (70 บาท) = ลูกค้าจ่าย 1,070 บาท

ในกรณีนี้ 70 บาทคือภาษีมูลค่าเพิ่มที่เรียกเก็บจากลูกค้า โดยผู้ประกอบการมีหน้าที่นำภาษีตามระบบ VAT ไปคำนวณและนำส่งกรมสรรพากรตามหลักเกณฑ์

ผู้ประกอบการสามารถนำ ภาษีซื้อที่เข้าเกณฑ์ มาหักกับภาษีขายได้ ดังนั้น VAT ที่นำส่งจริงคือ ภาษีขาย - ภาษีซื้อ

ตัวอย่างการคำนวณ VAT แบบง่าย ๆ

สมมติว่าในเดือนหนึ่ง ร้านค้าของคุณมีรายการดังนี้:

  • ยอดขายสินค้าและเรียกเก็บ VAT ได้ = 70,000 บาท (ภาษีขาย)
  • ยอดซื้อวัตถุดิบ/สินค้าที่มีใบกำกับภาษี = 30,000 บาท (ภาษีซื้อ)
  • คำนวณ VAT ที่ต้องนำส่งสรรพากร = 70,000 - 30,000 = 40,000 บาท

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณอย่างไร?

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ได้คำนวณจากยอดขายทั้งหมดแบบตรง ๆ เสมอไป โดยทั่วไปต้องพิจารณาจากสูตร:

เงินได้ - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ

จากนั้นนำเงินได้สุทธิไปคำนวณตามอัตราภาษีแบบก้าวหน้า (5% - 35%)

แล้วถ้าเป็นบริษัท ต้องเสียภาษีอะไร?

ถ้าประกอบธุรกิจในรูปแบบบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ภาษีเงินได้จะเปลี่ยนจาก ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็น ภาษีเงินได้นิติบุคคล (20% ของกำไรสุทธิ)

นอกจากนี้บริษัทอาจมีภาษีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม (หากเข้าเกณฑ์), ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์

คนขายของออนไลน์และฟรีแลนซ์ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์และฟรีแลนซ์ ควรจัดระบบภาษีโดยแยกออกเป็น 3 ส่วน:

  • 1. ภาษีเงินได้: ยื่นยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.94 ครึ่งปี และ ภ.ง.ด.90 ประจำปี)
  • 2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): ติดตามรายรับรวม หากใกล้ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี ให้เตรียมระบบออกใบกำกับภาษี
  • 3. ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: ตรวจสอบกรณีที่ลูกค้านิติบุคคลหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ เพื่อนำมาใช้เป็นเครดิตภาษี

สรุป: เราต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

การแยก “ภาษีเงินได้” ออกจาก “VAT” ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก จะช่วยให้คุณวางแผนภาษี ออกเอกสารใบเสนอราคา ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษีได้อย่างมั่นใจโดยไม่เสี่ยงโดนค่าปรับย้อนหลัง

📋 เช็คลิสต์การเตรียมตัวด้านภาษีสำหรับผู้ประกอบการ

  • แยกบัญชีธนาคารส่วนตัวและบัญชีร้านค้าออกจากกันอย่างเด็ดขาด
  • ทำสรุปรายรับ-รายจ่ายประจำเดือนเพื่อประเมินเงินได้สุทธิ
  • ติดตามยอดรายรับสะสมตั้งแต่ต้นปีว่าใกล้ถึง 1.8 ล้านบาทหรือไม่
  • เก็บเอกสารใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษีซื้อ และหลักฐานค่าใช้จ่ายไว้ให้ครบถ้วน
  • ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) ช่วงเดือนกรกฎาคม-ศตวรรษ/กันยายนของทุกปี

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: ภาษีเงินได้กับ VAT เหมือนกันไหม?

A: ไม่เหมือนกัน ภาษีเงินได้เกี่ยวข้องกับเงินได้สุทธิ/กำไรของบุคคลหรือนิติบุคคล ส่วน VAT เป็นภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกี่ยวข้องกับการขายสินค้าและการให้บริการ

Q: รายได้ไม่ถึง 1.8 ล้านบาท ต้องเสียภาษีไหม?

A: อาจต้องเสียภาษีเงินได้ แม้จะยังไม่ถึงเกณฑ์ VAT เพราะ 1.8 ล้านบาทเป็นเกณฑ์เกี่ยวกับ VAT ไม่ใช่เกณฑ์ยกเว้นภาษีเงินได้

Q: รายได้เกิน 1.8 ล้านบาท ต้องเสีย VAT ทันทีหรือไม่?

A: ต้องพิจารณาว่ากิจการนั้นอยู่ในบังคับ VAT หรือได้รับยกเว้น หากเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับและรายรับเกินเกณฑ์ โดยทั่วไปต้องจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน

Q: จด VAT แล้วไม่ต้องเสียภาษีเงินได้ใช่ไหม?

A: ไม่ใช่ การจด VAT และภาษีเงินได้เป็นคนละเรื่องกัน ผู้ประกอบการสามารถมีหน้าที่ทั้งสองประเภทพร้อมกันได้

Q: VAT 7% คือภาษีของร้านค้าหรือของลูกค้า?

A: ในระบบ VAT ร้านค้ามีหน้าที่เรียกเก็บ VAT จากลูกค้า แล้วนำส่งกรมสรรพากรโดยนำภาษีขายมาหักกับภาษีซื้อ

Q: คนขายของออนไลน์ต้องจด VAT ทุกคนไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องจดทุกคน ขึ้นอยู่กับว่ารายรับถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปีหรือไม่ และเป็นประเภทกิจการที่ต้องเสีย VAT หรือไม่

สร้างเอกสารธุรกิจแบบมืออาชีพได้ทันที

ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก คำนวณภาษี 7% และบาทถ้วนให้อัตโนมัติ

สร้างใบเสร็จรับเงิน & เอกสารใบกำกับภาษีฟรี 100% →

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

เอกสารการขาย (Sales)

ใบเสนอราคา คืออะไร?

เจาะลึก ใบเสนอราคา (Quotation) คืออะไร? สรุปองค์ประกอบสำคัญที่ต้องมี ข้อแตกต่างจากใบแจ้งหนี้ ตัวอย่างแบบฟอร์ม และเทคนิคการออกใบเสนอราคาให้ปิดการขายได้เร็วขึ้น

อ่านต่อ →
การเงินและบัญชี (Accounting)

ใบแจ้งหนี้ คืออะไร?

ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร? สรุปวิธีออกใบแจ้งหนี้ให้ถูกต้องตามหลักบัญชี ข้อแตกต่างระหว่างใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล และใบกำกับภาษี พร้อมเทคนิคการติดตามหนี้อย่างมืออาชีพ

อ่านต่อ →
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ คืออะไร?

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร คืออะไร? 8 รายการบังคับที่ต้องมี ข้อแตกต่างจากใบกำกับภาษีอย่างย่อ และบทลงโทษทางกฎหมายหากทำผิดพลาด

อ่านต่อ →