M
MakeABill โปรแกรมสร้างใบเสนอราคา ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี และเครื่องมือ PDF ฟรี
หน้าหลัก > คลังความรู้ > ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม?
กฎหมายและบัญชี (Legal & Accounting)

ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม? ไม่จดได้ไหม? และจดแล้วมีประโยชน์อย่างไร

✍️ ทีมงานวิชาการ MakeABill 📅 อัปเดตล่าสุด: 2026-08-09 ⏱️ ระยะเวลาอ่าน 7 นาที
ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม? ไม่จดได้ไหม? และจดแล้วมีประโยชน์อย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)

  • ไม่ใช่ผู้ขายออนไลน์ทุกคนที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ โดยต้องพิจารณาตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 (มีผลบังคับใช้ 5 มิถุนายน 2567)
  • การขายผ่าน Facebook, TikTok, Shopee หรือ Lazada ไม่ได้หมายความว่าต้องจดทะเบียนพาณิชย์โดยอัตโนมัติทุกกรณี
  • จดทะเบียนพาณิชย์และภาษีเป็นคนละเรื่องกัน: ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเสียภาษีอากร
  • ทะเบียนพาณิชย์ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ มั่นใจให้ลูกค้า และเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจแบบ B2B
เครื่องมือออกเอกสารออนไลน์ฟรี

สร้างขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม? คุณภาพสูงได้ทันที

คำนวณ VAT 7% และบาทถ้วนให้อัตโนมัติ ดาวน์โหลดเป็น PDF ไซส์ A4 ทันที

สร้างใบเสนอราคาและเอกสารขายฟรี 100% →

ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม? ไม่จดได้ไหม? และจดแล้วมีประโยชน์อย่างไร

การขายของออนไลน์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะขายผ่านเว็บไซต์ของตัวเอง Facebook, Instagram, TikTok หรือแพลตฟอร์ม E-Commerce ต่าง ๆ ทำให้หลายคนที่เริ่มต้นเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์เกิดคำถามว่า “ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม?” “ถ้าไม่จดทะเบียนพาณิชย์ได้หรือไม่?” และ “จดทะเบียนพาณิชย์แล้วมีประโยชน์อะไร?”

คำตอบคือ ไม่ใช่ทุกคนที่ขายของออนไลน์จะต้องจดทะเบียนพาณิชย์ เพราะตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2567 เป็นต้นมา มีกฎเกณฑ์เกี่ยวกับพาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ฉบับใหม่ ซึ่งเปลี่ยนรายละเอียดจากหลักเกณฑ์เดิม ดังนั้นผู้ขายออนไลน์ควรตรวจสอบว่ากิจการของตนเองเข้าข่ายที่ต้องจดทะเบียนหรือไม่

💡 สรุปคำตอบสั้น ๆ

คำตอบคือขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้ประกอบการและพาณิชยกิจตามกฎหมายฉบับปัจจุบัน (ประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567) การขายออนไลน์ไม่ได้แปลว่าต้องจดทะเบียนพาณิชย์ทุกกรณี

ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม?

ขึ้นอยู่กับลักษณะของผู้ประกอบการและกิจการที่ทำ

ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่องกำหนดพาณิชยกิจที่ผู้ประกอบพาณิชยกิจต้องจดทะเบียน พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2567 เป็นต้นมา ดังนั้นคำตอบว่า “ขายออนไลน์ต้องจดทุกคน” จึงไม่ถูกต้อง

สิ่งสำคัญคือควรพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้:

  • ผู้ขายเป็นบุคคลธรรมดาหรือเป็นนิติบุคคล
  • ลักษณะการประกอบธุรกิจเข้าข่ายพาณิชยกิจที่กฎหมายกำหนดหรือไม่
  • รูปแบบการขายและการให้บริการเป็นอย่างไร
  • มีการดำเนินธุรกิจผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ในลักษณะใด

ขายของผ่าน Facebook, TikTok หรือ Marketplace ต้องจดทะเบียนไหม?

การขายผ่าน Social Media หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าทุกคนต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายและรูปแบบกิจการเป็นรายกรณี

  • ขายสินค้าออนไลน์เป็นอาชีพหรือธุรกิจหลัก/เสริม
  • รับออเดอร์ผ่าน Social Media หรือเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม E-Commerce
  • มีเว็บไซต์สำหรับขายสินค้า หรือรับชำระเงินออนไลน์
  • ให้บริการผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

💡 ข้อสรุปช่องทางขาย

ควรนำปัจจัยลักษณะกิจการมาร่วมพิจารณากับสถานะผู้ประกอบการ ไม่ควรมองเพียงแค่ช่องทางที่ขายแล้วสรุปว่าต้องจดทันที

ถ้าไม่จดทะเบียนพาณิชย์ได้ไหม?

ถ้ากิจการของคุณไม่เข้าข่ายพาณิชยกิจที่กฎหมายกำหนด ก็ไม่จำเป็นต้องจดทะเบียนพาณิชย์

แต่หากเป็นกิจการที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียน การไม่ดำเนินการตามกฎหมายอาจมีผลทางกฎหมายได้ ดังนั้นไม่ควรใช้วิธีคิดว่า “ร้านเล็ก ๆ คงไม่เป็นไร” หรือ “ขายออนไลน์ไม่มีหน้าร้าน จึงไม่ต้องจด”

เพราะการไม่มีหน้าร้านไม่ได้เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียวว่าต้องจดทะเบียนหรือไม่ สิ่งที่ควรทำคือตรวจสอบลักษณะกิจการกับหลักเกณฑ์ปัจจุบันของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ใครบ้างที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์?

ตามคำชี้แจงของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเกี่ยวกับประกาศปี 2567 มีกรณีที่ไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ เช่น นิติบุคคลบางประเภทที่กฎหมายกำหนดไม่ให้อยู่ภายใต้การจดทะเบียนพาณิชย์

ต้องแยกให้ออกระหว่าง จดทะเบียนพาณิชย์ กับ จดทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน สองอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

การจัดตั้งบริษัทเป็นเรื่องของการจัดตั้ง “นิติบุคคล” ขณะที่ทะเบียนพาณิชย์เป็นการจดทะเบียนเกี่ยวกับการประกอบพาณิชยกิจตามกฎหมายทะเบียนพาณิชย์

จดทะเบียนพาณิชย์แล้วมีประโยชน์อย่างไร?

แม้บางคนอาจไม่ได้มีหน้าที่ต้องจดทะเบียน แต่การมีทะเบียนพาณิชย์สามารถช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับธุรกิจได้ในหลายกรณี:

  • 1. เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้า: ช่วยให้ร้านดูเป็นธุรกิจที่มีตัวตนและมีความเป็นทางการมากขึ้น ลดความกังวลของลูกค้าเรื่องมิจฉาชีพ
  • 2. ใช้เป็นหลักฐานการประกอบธุรกิจ: นำไปใช้ประกอบการติดต่อทางธุรกิจ ติดต่อสถาบันการเงิน หรือสมัครบริการองค์กร
  • 3. สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า: ลูกค้ากล้าซื้อสินค้าที่มีราคาสูงเพราะมีที่อยู่และข้อมูลผู้ประกอบการชัดเจน
  • 4. ช่วยในการติดต่อคู่ค้า B2B: สะดวกเมื่อต้องติดต่อเปิดบัญชีคู่ค้า ซื้อวัตถุดิบราคาส่ง หรือทำสัญญาทางธุรกิจ
  • 5. ช่วยทำธุรกิจอย่างเป็นระบบ: เป็นจุดเริ่มต้นในการจัดทำบัญชี ภาษี และออกเอกสารซื้อขายอย่างถูกต้อง

จดทะเบียนพาณิชย์กับเสียภาษี เป็นเรื่องเดียวกันไหม?

ไม่ใช่ นี่เป็นความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยมาก

การจดทะเบียนพาณิชย์เป็นเรื่องเกี่ยวกับ การประกอบพาณิชยกิจตามกฎหมายทะเบียนพาณิชย์ ส่วนภาษีเป็นเรื่องที่อยู่ภายใต้ กฎหมายภาษีอากร

ดังนั้น: ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ ≠ ไม่ต้องเสียภาษี และ จดทะเบียนพาณิชย์ ≠ ต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นโดยไร้เหตุผล

ภาระภาษีจะพิจารณาจากประเภทรายได้ สถานะผู้มีเงินได้ และเกณฑ์ตามกฎหมายภาษีที่เกี่ยวข้อง

💡 ข้อควรจำเรื่อง VAT

ไม่จำเป็นต้องจด VAT เพียงเพราะจดทะเบียนพาณิชย์ การจด VAT จะขึ้นอยู่กับรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีตามเงื่อนไขกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม

ขายของออนไลน์เริ่มต้นควรทำอะไรบ้าง?

สำหรับคนที่กำลังเริ่มขายของออนไลน์ ควรจัดระบบธุรกิจตั้งแต่วันแรกดังนี้:

  • 1. กำหนดรูปแบบธุรกิจ: ขายสินค้า, รับจ้าง, Dropship, ตัวแทน หรือผลิตเอง
  • 2. ตรวจสอบหลักเกณฑ์การจดทะเบียน: ตรวจสอบประกาศกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
  • 3. แยกบัญชีรายรับ-รายจ่าย: ทำบัญชีเก็บยอดขาย ต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าโฆษณา
  • 4. เก็บเอกสารการขาย: ใบเสร็จรับเงิน ใบเสนอราคา และสลิปโอนเงินอย่างเป็นระบบ
  • 5. วางแผนด้านภาษี: ยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.94 / ภ.ง.ด.90) ให้ถูกต้อง

สรุป: ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม?

ไม่ใช่ผู้ขายออนไลน์ทุกคนที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ หลักเกณฑ์ปัจจุบันต้องพิจารณาตามประเภทของผู้ประกอบการและลักษณะพาณิชยกิจอ้างอิงประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 (บังคับใช้ 5 มิถุนายน 2567)

หากเข้าข่ายต้องจด ควรทำให้ถูกต้องเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ แต่หากไม่เข้าข่ายก็ไม่ต้องจด อย่างไรก็ตามผู้ขายทุกคนยังมีหน้าที่ยื่นเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมาย

📋 เช็คลิสต์ 5 สิ่งต้องทำเมื่อเริ่มขายของออนไลน์

  • ตรวจสอบลักษณะกิจการว่าเข้าข่ายพาณิชยกิจที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่
  • เปิดบัญชีธนาคารแยกสำหรับธุรกิจเพื่อความเป็นระเบียบในการทำบัญชี
  • จัดทำใบเสนอราคา ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารการขายให้ลูกค้าอย่างมืออาชีพ
  • รวบรวมหลักฐานรายได้ ค่าโฆษณา และต้นทุนสินค้าไว้ให้ครบถ้วน
  • ศึกษากรณีภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับการขายของออนไลน์

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

Q: ขายของออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม?

A: ไม่จำเป็นต้องจดทุกคน ต้องพิจารณาว่าผู้ประกอบการและกิจการเข้าข่ายพาณิชยกิจที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยอ้างอิงประกาศกระทรวงพาณิชย์ พ.ศ. 2567 บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มิถุนายน 2567

Q: ขายของใน Facebook หรือ TikTok ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม?

A: การขายผ่าน Facebook หรือ TikTok เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีต้องจดทะเบียนพาณิชย์ ต้องพิจารณาตามลักษณะกิจการและหลักเกณฑ์ของกฎหมาย

Q: ขายของใน Shopee / Lazada ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ไหม?

A: การขายผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ไม่ได้หมายความว่าผู้ขายทุกคนต้องจดทะเบียนพาณิชย์โดยอัตโนมัติ ควรตรวจสอบว่ากิจการเข้าข่ายตามหลักเกณฑ์ปัจจุบันหรือไม่

Q: ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ได้ไหม?

A: หากกิจการไม่อยู่ในประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจด ก็ไม่จำเป็นต้องจด แต่หากเข้าข่ายพาณิชยกิจที่ต้องจด การไม่ดำเนินการอาจมีผลทางกฎหมาย

Q: จดทะเบียนพาณิชย์แล้วต้องเสียภาษีไหม?

A: การจดทะเบียนพาณิชย์และการเสียภาษีเป็นคนละเรื่องกัน ไม่ว่าจะจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่ ผู้ขายออนไลน์มีหน้าที่ยื่นเสียภาษีเงินได้ตามกฎหมายภาษีอากรหากมีรายได้ถึงเกณฑ์

Q: จดทะเบียนพาณิชย์กับจดบริษัทเหมือนกันไหม?

A: ไม่เหมือนกัน การจดทะเบียนพาณิชย์เป็นการจดทะเบียนเกี่ยวกับพาณิชยกิจ ส่วนการจดทะเบียนบริษัทเป็นการจัดตั้งนิติบุคคล

Q: จดทะเบียนพาณิชย์มีประโยชน์อย่างไร?

A: ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้านค้า สร้างความมั่นใจให้ลูกค้า ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงกับสถาบันการเงิน และเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกิจแบบ B2B

สร้างเอกสารธุรกิจแบบมืออาชีพได้ทันที

ฟรี ไม่ต้องสมัครสมาชิก คำนวณภาษี 7% และบาทถ้วนให้อัตโนมัติ

สร้างใบเสนอราคาและเอกสารขายฟรี 100% →

บทความอื่นที่คุณอาจสนใจ

เอกสารการขาย (Sales)

ใบเสนอราคา คืออะไร?

เจาะลึก ใบเสนอราคา (Quotation) คืออะไร? สรุปองค์ประกอบสำคัญที่ต้องมี ข้อแตกต่างจากใบแจ้งหนี้ ตัวอย่างแบบฟอร์ม และเทคนิคการออกใบเสนอราคาให้ปิดการขายได้เร็วขึ้น

อ่านต่อ →
การเงินและบัญชี (Accounting)

ใบแจ้งหนี้ คืออะไร?

ใบแจ้งหนี้ (Invoice) คืออะไร? สรุปวิธีออกใบแจ้งหนี้ให้ถูกต้องตามหลักบัญชี ข้อแตกต่างระหว่างใบแจ้งหนี้ ใบวางบิล และใบกำกับภาษี พร้อมเทคนิคการติดตามหนี้อย่างมืออาชีพ

อ่านต่อ →
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ คืออะไร?

ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร คืออะไร? 8 รายการบังคับที่ต้องมี ข้อแตกต่างจากใบกำกับภาษีอย่างย่อ และบทลงโทษทางกฎหมายหากทำผิดพลาด

อ่านต่อ →